นโยบายความเป็นส่วนตัว
Privacy Policy
- 01บทนำ
- 02ข้อมูลที่เก็บรวบรวม
- 03วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย
- 04การเปิดเผยข้อมูล
- 05สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- 06ระยะเวลาจัดเก็บ
- 07ความปลอดภัย
- 08Cookies และเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง
- 09นโยบายต่อเด็กและผู้เยาว์
- 10การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
- 11การติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
- 12สถานะการแต่งตั้ง DPO และช่องทางติดต่อด้านข้อมูลส่วนบุคคล
- 13อภิธานศัพท์ (Glossary)
บทนำ
Introduction
บริษัท มีเดีย เน็ตเวิร์ค คอมมูนิเคชั่น จำกัด (“บริษัท”, “MNC”, “เรา”) ให้บริการและจำหน่าย ติดตั้ง รวมถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบสื่อสารองค์กร เช่น IP PBX, VoIP, IP Phone และระบบเสียงประกาศ/IP PA สำหรับลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไปที่ติดต่อในนามองค์กร นโยบายฉบับนี้อธิบายวิธีที่ MNC เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย รักษาความปลอดภัย และลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลในการใช้งานเว็บไซต์ การส่งคำขอข้อมูลหรือใบเสนอราคา การสมัคร/เข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ การติดต่อผ่านอีเมลหรือช่องทางที่เชื่อมต่อจากเว็บไซต์ และการใช้คุกกี้บนเว็บไซต์
ในการดำเนินการดังกล่าว MNC มีสถานะเป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) สำหรับข้อมูลที่เก็บจากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และผู้ติดต่อเพื่อขอข้อมูลสินค้าหรือบริการ อย่างไรก็ตาม เมื่อ MNC ให้บริการประมวลผลข้อมูลของบุคคลอื่นตามคำสั่งของลูกค้า เช่น การดูแลระบบหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบของลูกค้า MNC อาจมีสถานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor) และการประมวลผลดังกล่าวจะอยู่ภายใต้สัญญา ข้อกำหนด หรือประกาศคุ้มครองข้อมูลของโครงการนั้น
MNC จะเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ไม่ใช้ข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ และจะกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้เจ้าของข้อมูลสามารถเข้าใจ เข้าถึง แก้ไข คัดค้าน ถอนความยินยอม หรือขอให้ดำเนินการอื่นตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดได้ นโยบายนี้อ้างอิงหลัก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เป็นหลัก และเพิ่มหลักปฏิบัติที่สอดคล้องกับ GDPR เฉพาะเมื่อ GDPR ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลนั้น
นโยบายนี้ใช้กับข้อมูลที่เก็บผ่านเว็บไซต์และช่องทางที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเฉพาะโครงการที่มีสัญญา คู่มือผู้ใช้งาน หรือประกาศคุ้มครองข้อมูลของระบบนั้นแยกต่างหาก เอกสารดังกล่าวอาจอธิบายข้อมูล ผู้ประมวลผล ระยะเวลาเก็บ และช่องทางติดต่อได้ละเอียดกว่านี้ ในกรณีที่ข้อความขัดกัน ให้ใช้เอกสารที่ระบุถึงบริการหรือระบบนั้นโดยตรงเป็นหลัก และแจ้ง MNC เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติมได้
เราออกแบบกระบวนการเก็บข้อมูลตามหลักความชอบธรรมในการประมวลผล การกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน การเก็บให้น้อยที่สุด การรักษาความถูกต้อง การจำกัดการเข้าถึง และการกำหนดอายุข้อมูล หลักการเหล่านี้ใช้ตั้งแต่การออกแบบฟอร์ม การเลือกผู้ให้บริการ ไปจนถึงการตรวจสอบและลบข้อมูล เพื่อไม่ให้การใช้งานเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์กลายเป็นการเก็บข้อมูลที่ไม่มีที่สิ้นสุดโดยไม่มีเหตุผล
เพื่อให้คำศัพท์ในนโยบายเข้าใจตรงกัน:
- ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูล
- ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงผู้ที่ประมวลผลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล ไม่ใช่ผู้กำหนดวัตถุประสงค์หลักเอง
- ข้อมูลอ่อนไหว หมายถึงข้อมูลตามกฎหมายที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความเชื่อ หรือข้อมูลชีวมิติ
- คุกกี้ หมายถึงไฟล์ข้อมูลที่เว็บไซต์หรือบุคคลภายนอกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์เพื่อจดจำหรือติดตามการใช้งานตามรายละเอียดในหัวข้อ 8
ข้อมูลที่เก็บรวบรวม
Personal Data We Collect
2.1 ข้อมูลที่ท่านให้กับเราโดยตรง
เราอาจเก็บข้อมูลต่อไปนี้เมื่อท่านติดต่อหรือใช้งานฟังก์ชันบนเว็บไซต์:
- ชื่อ-นามสกุล ชื่อบัญชีผู้ใช้ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลติดต่ออื่นที่ท่านส่งมา
- ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน และข้อมูลองค์กร เมื่อท่านติดต่อในนามบริษัทหรือระบุไว้ในข้อความ
- หัวข้อและเนื้อหาคำขอ เช่น รายละเอียดสินค้า ความต้องการด้านระบบ ข้อมูลโครงการ หรือคำถามด้านเทคนิค
- ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ เช่น ชื่อผู้ใช้และอีเมลที่ใช้สมัคร และข้อมูลที่จำเป็นต่อการจัดการบัญชี ทั้งนี้ รหัสผ่านจะถูกเก็บในรูปแบบที่ระบบอนุญาตให้ตรวจสอบได้โดยไม่เปิดเผยรหัสผ่านต้นฉบับ
- ข้อมูลการค้นหาสินค้า ข้อความที่ส่งผ่านแบบฟอร์มติดต่อ อีเมล โทรศัพท์ หรือช่องทางสนทนาที่เชื่อมจากเว็บไซต์
- ข้อมูลการสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง หรือข้อมูลประวัติการใช้บริการ เฉพาะเมื่อ MNC เปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวบนเว็บไซต์
การสมัครสมาชิกหรือเข้าสู่ระบบอาจทำให้เราต้องเก็บชื่อบัญชี อีเมล รหัสผ่านที่เข้ารหัสแล้ว วันที่สร้างบัญชี และข้อมูลการกู้คืนบัญชี หากท่านเพิ่มสินค้าในตะกร้าหรือรายการโปรด ระบบอาจจดจำสถานะดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวก ข้อมูลเหล่านี้ใช้เพื่อจัดการฟังก์ชันบัญชีและการทำงานของเว็บไซต์ ไม่ได้ใช้เพื่อระบุตัวบุคคลนอกเว็บไซต์โดยไม่มีเหตุผล
ข้อมูลบุคคลในบริบท B2B ยังคงเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อสามารถระบุตัวบุคคลได้ แม้ท่านจะใช้อีเมลของบริษัทหรือติดต่อในนามตำแหน่งงานก็ตาม
2.2 ข้อมูลที่เก็บโดยอัตโนมัติ
เมื่อท่านเปิดเว็บไซต์หรือใช้งานฟังก์ชันของเว็บไซต์ ระบบอาจเก็บข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งาน เช่น ที่อยู่ IP, ชนิดอุปกรณ์และเบราว์เซอร์, ภาษา, วันที่และเวลาที่เข้าถึง, หน้าเว็บที่เปิด, เว็บไซต์ต้นทาง, ข้อผิดพลาดของระบบ และตัวระบุคุกกี้ เพื่อให้เว็บไซต์ทำงาน รักษาความปลอดภัย วิเคราะห์ประสิทธิภาพ และปรับปรุงการให้บริการ
ข้อมูลบางรายการอาจถูกเก็บเพียงชั่วคราวใน session ของเบราว์เซอร์ และบางรายการอาจถูกเก็บเป็นรายการถาวรเพื่อจดจำการตั้งค่าหรือสถานะบางอย่าง เราอาจตัดข้อมูล IP หรือแยกข้อมูลออกจากชื่อและอีเมลก่อนนำไปวิเคราะห์ในรูปแบบสถิติ ทั้งนี้ การทำให้ข้อมูลเป็นนิรนามหรือแฝงตัวตนไม่ได้เกิดขึ้นกับข้อมูลทุกประเภท และเราจะไม่พยายามระบุตัวบุคคลจากข้อมูลสถิตินอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
เราไม่ได้ตั้งใจเก็บข้อมูลบัตรชำระเงินแบบเต็มรูปแบบ ข้อมูลไบโอเมตริก ข้อมูลสุขภาพ หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ทั่วไป หากมีการเก็บเพิ่มเติมเพื่อการทำธุรกรรมหรือโครงการเฉพาะ เราจะแจ้งให้ท่านทราบก่อนตามความเหมาะสม และจะไม่นำข้อมูลไปใช้เพื่อการโฆษณาแบบไม่เหมาะสม
เว็บไซต์ปัจจุบันมีการใช้ Google Analytics (ทั้ง Google Analytics 4 และการตั้งค่า Universal Analytics ที่อาจยังปรากฏใน source code) และ SourceBuster/WooCommerce attribution สำหรับการวัดผลและติดตามแหล่งที่มาของการเข้าชม
2.3 ข้อมูลจากบุคคลภายนอก
เราอาจได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์ ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้บริการป้องกันสแปม เช่น Google reCAPTCHA ผู้ให้บริการโฮสติ้ง หรือบุคคล/องค์กรที่ท่านมอบหมายให้ติดต่อเรา เช่น ผู้แนะนำสินค้า ตัวแทน หรือผู้ติดต่อของบริษัทคู่ค้า
หากได้รับข้อมูลจากแหล่งอื่น เราจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดที่จำเป็นภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ท่านทราบข้อมูลดังกล่าวอยู่แล้วหรือการแจ้งนั้นไม่สามารถทำได้โดยมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย
เราจะบันทึกแหล่งที่มา วันที่ได้รับข้อมูล และเหตุผลที่นำข้อมูลมาใช้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และจะไม่รับข้อมูลจากบุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่โดยไม่แจ้งหรือไม่มีฐานทางกฎหมาย หากแหล่งข้อมูลภายนอกเป็นสาธารณะ เราจะตรวจสอบว่าการนำข้อมูลมาใช้สอดคล้องกับข้อกำหนดของแหล่งนั้นและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนและช่องทางให้ท่านตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลได้ตามความเหมาะสม เราจะไม่ขอให้ท่านส่งข้อมูลส่วนเกินที่จำเป็นเพียงเพื่อให้แบบฟอร์มสมบูรณ์ตามอำเภอใจ และจะระบุให้ชัดเจนว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลจำเป็น ข้อมูลใดเป็นข้อมูลเสริม และข้อมูลใดไม่ควรส่งทางอีเมลหรือช่องทางสาธารณะ หากพบว่าได้รับข้อมูลมากเกินจำเป็น เราจะพิจารณาลดขอบเขตการใช้หรือลบข้อมูลส่วนที่ไม่จำเป็นโดยเร็ว
2.4 ข้อมูลอ่อนไหว
MNC ไม่มีเจตนาเก็บข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ การเมือง ศาสนา พันธุกรรม ชีวมิติ หรือประวัติอาชญากรรมผ่านเว็บไซต์โดยตรง หากมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลดังกล่าวเพื่อโครงการเฉพาะ เราจะขอความยินยอมแบบชัดเจนหรืออาศัยฐานข้อยกเว้นตามมาตรา 26 แห่ง PDPA และจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล
วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย
Purpose and Legal Basis
เราจะใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล และจะไม่นำไปใช้ในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว การใช้แต่ละกิจกรรมจะมีฐานทางกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งฐาน ดังนี้
| กิจกรรม/วัตถุประสงค์ | ฐานภายใต้ PDPA | ฐานภายใต้ GDPR เมื่อใช้บังคับ |
| ตอบคำถาม รับคำขอข้อมูลหรือใบเสนอราคา และเตรียมเข้าทำสัญญา | มาตรา 24(3): จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา | Article 6(1)(b) |
| สมัคร เข้าสู่ระบบ จัดการบัญชี หรือให้บริการตามคำสั่งซื้อ/สัญญา | มาตรา 24(3) | Article 6(1)(b) |
| ให้บริการหลังการขาย ติดตามงาน รับเรื่องปัญหา และดำเนินการตามคำขอของลูกค้า | มาตรา 24(3) และ/หรือ 24(5) เท่าที่จำเป็น | Article 6(1)(b) และ/หรือ 6(1)(f) |
| รักษาความปลอดภัย ป้องกันการฉ้อโกล ตรวจจับเหตุผิดปกติ แก้ไขข้อผิดพลาด และปรับปรุงระบบ | มาตรา 24(5): ประโยชน์อันชอบธรรม | Article 6(1)(f) โดยชั่งน้ำหนักผลประโยชน์และสิทธิของเจ้าของข้อมูล |
| การวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์และการวัดประสิทธิภาพ | ความยินยอมสำหรับคุกกี้/การประมวลผลที่ไม่จำเป็น หรือฐานอื่นที่ตรวจสอบแล้ว | Article 6(1)(a) สำหรับคุกกี้ที่ต้องขอ consent |
| การตลาด ข่าวสาร โปรโมชั่น การเชิญชวนให้ติดต่อกลับ หรือการแนะนำสินค้า | ความยินยอมตามมาตรา 19 และสิทธิคัดค้านตามมาตรา 32 | Article 6(1)(a) หรือฐานอื่นที่หลักเกณฑ์เฉพาะช่องทางอนุญาต |
| การทำบัญชี ภาษี การตรวจสอบ การปฏิบัติตามคำสั่งศาล กฎหมาย หรือการใช้สิทธิตามกฎหมาย | มาตรา 24(6): การปฏิบัติตามกฎหมาย | Article 6(1)(c) และ/หรือ 6(1)(f) |
หากข้อมูลบางรายการจำเป็นต่อการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เราจะแจ้งให้ท่านทราบถึงความจำเป็นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ให้ข้อมูล การใช้เว็บไซต์ต่อ การส่งแบบฟอร์ม หรือการกดยอมรับข้อกำหนด ไม่ถือว่าเป็นความยินยอมโดยอัตโนมัติ สำหรับการใช้ข้อมูลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่จำเป็น และเราจะแยกการขอความยินยอมสำหรับการตลาดหรือคุกกี้ที่ไม่จำเป็นออกจากข้อกำหนดการให้บริการ
เราจะกำหนดฐานทางกฎหมายแยกตามกิจกรรม ไม่ใช้คำว่า “ประโยชน์อันชอบธรรม” เป็นเหตุผลกว้าง ๆ ครอบคลุมการใช้ข้อมูลทุกประเภท แต่จะประเมินว่าผลประโยชน์ของเราหรือบุคคลอื่นจำเป็นเพียงใด และมีผลกระทบต่อสิทธิของท่านอย่างไร หากมีวัตถุประสงค์ใหม่ เราจะแจ้งและขอความยินยอมใหม่เมื่อจำเป็น ก่อนถอนความยินยอม เราจะอธิบายผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การหยุดส่งข่าวสารหรือการยกเลิกฟังก์ชันส่วนบุคคล โดยไม่ถอนสิทธิในการใช้บริการหลักเพียงเพราะไม่ให้ consent
การเปิดเผยข้อมูล
Data Disclosure
MNC จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น และอาจเปิดเผยให้กับผู้รับต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์การใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น:
เราไม่มีนโยบายขายข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้โฆษณา ผู้รับข้อมูลต้องมีเหตุผลและฐานในการรับข้อมูลที่ชัดเจน และหากเป็นการเปิดเผยเพื่อการตลาดหรือการใช้ข้อมูลร่วมกันนอกเหนือจากที่ท่านคาดได้ เราจะขอความยินยอมแยกก่อน เว้นแต่กฎหมายอนุญาตโดยไม่ต้องขอ consent
- พนักงานและผู้ปฏิบัติงานของ MNC ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการขาย การตลาด การบัญชี เทคนิค ความปลอดภัย หรือการสนับสนุนลูกค้า โดยจำกัดสิทธิ์ตามหน้าที่
- ผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการโฮสติ้งและดูแลเว็บไซต์ ผู้ให้บริการอีเมลหรือระบบสนับสนุน ผู้ให้บริการวิเคราะห์เว็บไซต์ ผู้ให้บริการป้องกันสแปม และผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย
- ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ตัวแทน หรือคู่ค้าทางธุรกิจ เฉพาะเมื่อจำเป็นต่อการตอบข้อซักถาม การรับประกัน การแก้ไขปัญหา หรือการให้บริการเกี่ยวกับสินค้า/ระบบที่ท่านร้องขอ
- ที่ปรึกษา ผู้สอบบัญชี ทนายความ หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ เมื่อจำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิ ตรวจสอบ หรือดำเนินการตามกฎหมาย
- หน่วยงานรัฐ ศาล หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมีคำสั่งหรือมีหน้าที่ต้องเปิดเผย
- ผู้รับโอนกิจการหรือสินทรัพย์ ในกรณีปรับโครงสร้าง ขายกิจการ หรือโอนธุรกิจบางส่วน เฉพาะเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามกฎหมาย
เราจะเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ และกำหนดข้อตกลงให้ผู้ประมวลผลปฏิบัติตามคำสั่งของเรา รักษาความลับ ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย และดำเนินการลบหรือคืนข้อมูลเมื่อสิ้นสุดวัตถุประสงค์ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย หาก MNC ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของลูกค้า รายละเอียดบทบาท คำสั่ง การรักษาความปลอดภัย และการช่วยเหลือลูกค้าในการตอบสนองต่อคำขอใช้สิทธิจะอยู่ในสัญญาหรือ DPA ของโครงการ
สำหรับการเปิดเผยแต่ละครั้ง เราจะตรวจสอบว่าผู้รับจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเท่าใด กำหนดช่วงเวลาการใช้ และห้ามผู้รับนำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น หากผู้รับฝ่าฝืนข้อกำหนด เราจะดำเนินการตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ MNC เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลให้ลูกค้า เราจะประมวลผลตามคำสั่งที่ได้รับและไม่ใช้ข้อมูลเพื่อกิจกรรมส่วนตัวหรือการตลาดของเรา เว้นแต่ลูกค้าอนุญาตเป็นการเฉพาะ หากมีการกำหนดให้ MNC และลูกค้าร่วมกันตัดสินใจวัตถุประสงค์หรือวิธีประมวลผล เราจะจัดทำข้อตกลงแยกตามบทบาทที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการแจ้งเตือน การรับคำขอใช้สิทธิ หรือการแจ้งเหตุละเมิด
หากมีการส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ เช่น ไปยังผู้ให้บริการโฮสติ้งหรือบริษัทแม่ในต่างประเทศ เราจะดำเนินการตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่ง PDPA ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานการคุ้มครองของประเทศปลายทางและการใช้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม หากการโอนอยู่ภายใต้ GDPR เราจะใช้กลไกตามบทที่ V ของ GDPR เช่น adequacy decision, Standard Contractual Clauses หรือมาตรการอื่นที่กฎหมายอนุญาต และจะแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ท่านทราบเมื่อจำเป็น
เมื่อท่านเลือกใช้บริการ LINE, Facebook Messenger หรือแพลตฟอร์มภายนอกอื่นที่เชื่อมต่อจากเว็บไซต์ การสนทนาหรือข้อมูลที่ส่งผ่านแพลตฟอร์มนั้นอาจอยู่ภายใต้นโยบายของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้วย นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมข้อมูลที่ MNC เก็บหรือประมวลผลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล ไม่ได้เข้าแทนนโยบายของบุคคลภายนอก
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
Data Subject Rights
ภายใต้ PDPA ท่านมีสิทธิ์ ขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ขอรับหรือขอให้ส่งต่อข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ขอระงับการใช้ ขอคัดค้านการประมวลผล รวมถึงขอถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยการถอนความยินยอมต้องง่ายพอ ๆ กับการให้ความยินยอม และการถอนความยินยอมจะไม่กระทบการประมวลผลที่ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนหน้านั้น
สิทธิขอเข้าถึงและขอสำเนายังรวมถึงการขอทราบที่มาของข้อมูลในกรณีที่เราได้รับข้อมูลจากแหล่งอื่นและท่านมีสิทธิตามกฎหมาย ทั้งนี้ เราอาจปกปิดข้อมูลของบุคคลอื่นหรือข้อมูลที่กฎหมายอนุญาตให้จำกัดการเปิดเผย และจะอธิบายเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อจำเป็น
เมื่อได้รับคำขอ เราจะตรวจสอบว่าคำขอนั้นเกี่ยวข้องกับข้อมูลของผู้ส่งคำขอจริงหรือไม่ และอาจขอให้ระบุขอบเขตหรือประเภทข้อมูลที่ต้องการเพื่อค้นหาได้ตรงจุด หากคำขอไม่ชัดเจน เราอาจติดต่อกลับเพื่อสอบถามเพิ่มเติมโดยไม่ถือว่าได้รับคำขอฉบับสมบูรณ์จนกว่าจะมีข้อมูลพอสำหรับการค้นหา ทั้งนี้ การขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนต้องเป็นวิธีที่สมเหตุสมผลและไม่เกินความจำเป็น
หากท่านไม่พอใจผลการดำเนินการ เราจะชี้แจงเหตุผลและช่องทางอุทธรณ์หรือร้องเรียนที่เหมาะสม การติดต่อเราเพื่อสอบถามก่อนไม่เป็นการตัดสิทธิในการยื่นเรื่องต่อหน่วยงานกำกับดูแล หากข้อมูลที่ขอเป็นข้อมูลของบริษัทหรือหลายบุคคล เราอาจขอให้ผู้มีอำนาจหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ยื่นคำขอแทน เพื่อปกป้องข้อมูลของบุคคลอื่น
หาก GDPR ใช้บังคับ ท่านอาจมีสิทธิ์ตาม Articles 15–22 ได้แก่ สิทธิเข้าถึง แก้ไข ลบ จำกัดการประมวลผล โอนย้ายข้อมูล คัดค้าน ถอนความยินยอม และสิทธิไม่อยู่ภายใต้การตัดสินใจโดยอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวซึ่งมีผลทางกฎหมายหรือผลกระทบที่คล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญ
ท่านสามารถส่งคำขอผ่านอีเมล wutthiphan@mnc.co.th หรือช่องทางติดต่อในหัวข้อ 11 และ 12 (สำหรับสถานะ DPO และสิทธิตามมาตรา 41) เราอาจขอหลักฐานยืนยันตัวตนตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่น และจะพิจารณาคำขอโดยไม่เลือกปฏิบัติ โดยทั่วไปเราจะดำเนินการภายใน 30 วันตาม PDPA หรือภายใน 1 เดือนตาม GDPR เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ขยายเวลา เราจะแจ้งเหตุผลและกำหนดเวลาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
เราอาจปฏิเสธหรือจำกัดสิทธิบางประการได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาหลักฐานหรือใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น หรือเมื่อข้อมูลมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญา หากท่านคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดโดยตรง เราจะหยุดการประมวลผลเพื่อการตลาดดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และจะทำให้ช่องทางคัดค้านหรือยกเลิกการตลาดเห็นได้ชัดเจนและใช้งานง่าย
เราจะเก็บบันทึกคำขอ วันที่รับคำขอ ผลการตรวจสอบตัวตน การดำเนินการ และเหตุผลของการปฏิเสธไว้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบและการร้องเรียนย้อนหลังเป็นไปอย่างมีหลักฐาน ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอตามสิทธิ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในกรณีที่คำขอซ้ำหรือไม่มีเหตุอันควร
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ได้ตามช่องทางปัจจุบันที่ https://www.pdpc.or.th/ หากการประมวลผลอยู่ภายใต้ GDPR ท่านอาจร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ท่านมีถิ่นพำนัก ทำงาน หรือเหตุการณ์ที่อ้างว่าละเมิดเกิดขึ้นได้
ระยะเวลาจัดเก็บ
Data Retention
MNC จะเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย ภาระหน้าที่ และการใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยมีระยะเวลาหรือเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้:
| ประเภทข้อมูล | ระยะเวลา/เกณฑ์ที่เสนอ |
| ข้อมูลคำขอข้อมูล คำถาม หรือใบเสนอราคาที่ยังไม่เป็นลูกค้า | ตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการตอบกลับ และเสนอเก็บต่ออีก 12 เดือนหลังปิดเรื่อง |
| ข้อมูลลูกค้า สัญญา การสั่งซื้อ ใบกำกับภาษี และบัญชี | ตลอดสัญญาและภายหลังตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือระยะเวลาที่จำเป็นต่อการเรียกร้อง เสนอ 5 ปีหลังสิ้นสุดเรื่องหรือรายการที่เกี่ยวข้อง |
| ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ | ตราบเท่าที่บัญชีมีสถานะใช้งาน และเสนอ 30 วันหลังปิดบัญชีเพื่อการปิดระบบและการกู้คืน |
| ประวัติการติดต่อและการสนับสนุน | ระหว่างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเสนอ 12 เดือนหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์ |
| ข้อมูลการตลาดและรายการระงับการตลาด | จนกว่าท่านจะถอนความยินยอมหรือคัดค้าน โดยเก็บหลักฐานการระงับตามระยะเวลาที่จำเป็น |
| คุกกี้เลือกใช้/บันทึก consent | ปัจจุบันตั้งค่าไว้ไม่เกิน 365 วัน |
| Google Analytics และ SourceBuster | ตามระยะเวลาที่ผู้ให้บริการหรือการตั้งค่าเว็บไซต์กำหนด เสนอให้ตั้งเป็นช่วงเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น เช่น 14 เดือนสำหรับข้อมูล Analytics |
| บันทึกความปลอดภัยและ access/hosting logs | 90 วันถึง 12 เดือน ตามความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 7.6) |
| ข้อมูลที่ต้องเก็บเพื่อการพิสูจน์หรือใช้สิทธิทางกฎหมาย | เก็บเท่าที่จำเป็นจนกว่าจะพ้นข้อจำกัดหรือสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย (ทบทวนโดยผู้รับผิดชอบเป็นรายกรณี) |
เมื่อพ้นระยะเวลาหรือข้อมูลไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์แล้ว MNC จะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลเป็นนิรนามตามวิธีที่เหมาะสมกับรูปแบบข้อมูล เว้นแต่ต้องเก็บไว้เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย การตั้งข้อหา การยื่นหรือต่อสู้คดี หรือเหตุจำเป็นอื่นตามกฎหมาย
ข้อมูลในสำเนาสำรอง (Backup): สำเนาข้อมูลที่จัดเก็บในระบบสำรองข้อมูลของ Hostinger จะถูกแยกจากข้อมูลใช้งานหลักและถูกลบโดยอัตโนมัติเมื่อพ้นรอบการสำรองข้อมูล — ปัจจุบันกำหนดให้เก็บไม่เกิน 30 วัน (รายวัน) และ 30 วัน (รายสัปดาห์) หากมีข้อมูลในสำเนาสำรองที่ยังไม่ถูกลบแต่ต้นทางถูกลบไปแล้ว ข้อมูลนั้นจะหมดอายุในรอบสำรองถัดไปโดยไม่ต้องดำเนินการเพิ่ม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายสำรองข้อมูลและการกู้คืนอยู่ในหัวข้อ 7.11 นโยบายสำรองข้อมูลและการกู้คืน
ระยะเวลาที่เสนอในตารางเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการออกแบบนโยบาย ไม่ใช่การรับรองว่าข้อมูลทุกรายการจะถูกเก็บครบตามระยะเวลาดังกล่าว หากมีเหตุการณ์ เช่น การตรวจสอบภาษี การโต้แย้ง การฟ้องร้อง หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ เราอาจจำเป็นต้องเก็บข้อมูลบางส่วนไว้นานกว่าปกติตามกรอบที่กฎหมายกำหนด เมื่อเหตุการณ์สิ้นสุด เราจะกลับมาใช้กฎลบ/ทำลายตามปกติ
ในการกำหนด retention schedule เราจะพิจารณาประเภทข้อมูล ความไวของข้อมูล ความจำเป็นในการให้บริการ ระยะเวลาที่กฎหมายหรือสัญญากำหนด ความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อจำกัดในการเก็บข้อมูล ทั้งนี้ เราจะทบทวนระยะเวลาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบริการ กฎหมาย หรือเทคโนโลยี โดยผู้รับผิดชอบหลักในการทบทวน retention schedule คือเจ้าของกิจการและทีม IT/Security ของ MNC ซึ่งจะทบทวนพร้อมกับการทบทวนมาตรการความปลอดภัยตามที่ระบุในหัวข้อ 7.10 ผู้รับผิดชอบและการทบทวน (อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง)
ความปลอดภัย
Security Measures
MNC ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในระดับโครงสร้างพื้นฐาน (เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย) และระดับแอปพลิเคชัน (WordPress, ปลั๊กอิน) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปลี่ยนแปลง การทำลาย หรือการเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรการเหล่านี้ได้รับการประเมินและทบทวนเป็นประจำตามความเสี่ยงและลักษณะของข้อมูล รายละเอียดเชิงเทคนิคอ้างอิงตามผลการตรวจสอบความปลอดภัยเว็บไซต์ภายใน (รายงานฉบับลงนามรับรองโดยทีม IT/Security) คำศัพท์เฉพาะทางเทคนิคอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อ 13. อภิธานศัพท์
7.1 การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างส่ง (Encryption in Transit)
ข้อมูลที่ท่านส่งระหว่างเบราว์เซอร์กับเว็บไซต์ของเราจะถูกเข้ารหัสเพื่อป้องกันการดักจับหรือแก้ไขระหว่างทาง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- เว็บไซต์ทุกหน้า ใช้ HTTPS กับ TLS 1.2 หรือ 1.3 (โปรโตคอลเข้ารหัสสมัยใหม่) เท่านั้น — ระบบจะปฏิเสธการเชื่อมต่อด้วย TLS 1.0 และ 1.1 ซึ่งล้าสมัยและไม่ปลอดภัย
- ใบรับรองดิจิทัล (SSL certificate) ออกโดย Let’s Encrypt และต่ออายุอัตโนมัติทุก 90 วัน เพื่อให้การเข้ารหัสเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
- รองรับ HTTP/2 และ HTTP/3 (QUIC) ซึ่งเป็นโปรโตคอลเว็บสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย
- ใช้ ECDHE สำหรับ Perfect Forward Secrecy — แม้คีย์เข้ารหัสในอดีตจะรั่วไหล ก็ไม่สามารถถอดรหัส traffic ในอดีตได้
สิ่งที่อยู่ในแผนปรับปรุง: การเปิดใช้งาน HSTS (HTTP Strict Transport Security — สั่งให้เบราว์เซอร์ใช้ HTTPS เสมอโดยไม่ยอมรับ HTTP) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น อยู่ในแผนปรับปรุงระดับ P1
7.2 การเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บ (Encryption at Rest)
ข้อมูลที่จัดเก็บในระบบของเราได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัส ดังนี้:
- ผู้ให้บริการโฮสติ้ง Hostinger ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001:2022 (มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยสารสนเทศระดับสากล) สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสข้อมูลขณะจัดเก็บสำหรับเซิร์ฟเวอร์และระบบสำรองข้อมูล
- รหัสผ่านของผู้ใช้งาน ในระบบ WordPress จัดเก็บในรูปแบบ hashed (เข้ารหัสทางเดียว ไม่สามารถถอดรหัสกลับเป็นรหัสผ่านต้นฉบับได้) ตามมาตรฐาน WordPress (bcrypt/phpass)
- ข้อมูลการชำระเงิน (บัตรเครดิต) ไม่ถูกจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของ MNC โดยตรง — การประมวลผลบัตรชำระเงินทั้งหมดดำเนินการผ่าน Stripe ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐาน PCI-DSS (Payment Card Industry Data Security Standard)
7.3 การควบคุมการเข้าถึง (Access Control)
เราจำกัดการเข้าถึงระบบและข้อมูลเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้ตามหน้าที่เท่านั้น (หลักการ Least Privilege):
- การเข้าถึง hPanel (แผงควบคุมโฮสติ้ง) จำกัดเฉพาะผู้ดูแลระบบที่ได้รับมอบหมาย พร้อมแนะนำให้เปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication — ยืนยันตัวตนสองขั้นตอน) สำหรับทุกบัญชีผู้ดูแล
- การเข้าสู่ระบบ WordPress admin ใช้ URL ที่ถูกเปลี่ยนและซ่อนจาก URL เริ่มต้น (
/wp-login.php) เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ brute-force (เดารหัสผ่านอัตโนมัติ) - การเข้าถึงฐานข้อมูล (phpMyAdmin) ทำได้ผ่าน hPanel เท่านั้น พร้อม session-based authentication
- บัญชีผู้ใช้ WordPress แต่ละบัญชีมีสิทธิ์ตามหน้าที่เท่านั้น (admin / editor / author / subscriber)
- การทบทวนรายชื่อผู้ใช้ WordPress ทุกไตรมาส และลบบัญชีที่ไม่จำเป็นทันที
7.4 การป้องกันเครือข่ายและเว็บแอปพลิเคชัน
ผู้ให้บริการโฮสติ้ง Hostinger มีมาตรการป้องกันในตัวหลายชั้นที่เว็บไซต์ของเราได้รับโดยอัตโนมัติ:
- DDoS Protection — ป้องกันการโจมตีที่พยายามทำให้เว็บไซต์ล่มด้วย traffic จำนวนมหาศาล โดยใช้ Cloudflare-protected nameservers และ anti-DDoS traffic analyzer
- Web Application Firewall (WAF) — ระบบกรอง traffic ที่อาจเป็นอันตราย เช่น SQL injection (ฝังคำสั่งฐานข้อมูล) และ XSS (ฝังสคริปต์) ก่อนถึงเว็บไซต์
- Malware Scanner — สแกนไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์เพื่อหามัลแวร์ทั้งแบบอัตโนมัติและตามคำขอ ผ่าน hPanel
- BitNinja Server Protection — ระบบป้องกันเซิร์ฟเวอร์แบบเรียลไทม์ ตรวจจับ brute-force ติดตาม IP ที่มีประวัติไม่ดี และสแกนมัลแวร์
- Patchstack (WordPress) — ระบบแจ้งเตือนและติดตามช่องโหว่ของ WordPress plugins/themes อัตโนมัติ
- Cloudflare Turnstile — ระบบยืนยันตัวตนที่ปกป้องหน้า login (hPanel) จาก bot และการโจมตี brute-force
7.5 HTTP Security Headers
เราตรวจสอบ HTTP security headers ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งให้เบราว์เซอร์ทุกครั้งที่มีการเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันการโจมตีในระดับเบราว์เซอร์ สถานะปัจจุบัน:
| Header | สถานะ | ความหมาย / แผนปรับปรุง |
Server | ✅ ซ่อนแล้ว | เซิร์ฟเวอร์ส่งค่า hcdn เท่านั้น ไม่เปิดเผยว่าใช้ nginx/apache — ลดข้อมูลให้ผู้โจมตี |
Content-Security-Policy | ⚠️ มีน้อย | ปัจจุบันมีเฉพาะ upgrade-insecure-requests — แผนเพิ่ม CSP ที่เข้มงวดขึ้นเพื่อจำกัดแหล่งที่มาของ script/style |
Strict-Transport-Security (HSTS) | ❌ ยังไม่เปิด | แผน P1: เปิดใช้งานเพื่อบังคับให้เบราว์เซอร์ใช้ HTTPS เสมอ |
X-Frame-Options | ❌ ยังไม่เปิด | แผน P1: เพิ่ม SAMEORIGIN เพื่อป้องกัน clickjacking (การหลอกให้คลิกลิงก์ที่ซ่อนอยู่) |
X-Content-Type-Options | ❌ ยังไม่เปิด | แผน P1: เพิ่ม nosniff เพื่อป้องกัน MIME-sniffing (เบราว์เซอร์เดา type ของไฟล์ผิด) |
Referrer-Policy | ❌ ยังไม่เปิด | แผน P2: เพิ่ม strict-origin-when-cross-origin เพื่อจำกัดการเปิดเผย URL ต้นทาง |
Permissions-Policy | ❌ ยังไม่เปิด | แผน P2: จำกัดการเข้าถึงฟีเจอร์เบราว์เซอร์ที่ไม่จำเป็น (เช่น geolocation, microphone, camera) |
> หมายเหตุ: การเพิ่ม security headers ที่ขาดอยู่ในแผนปรับปรุง P1–P2 ถือเป็น IT Action Items ก่อนเผยแพร่นโยบายนี้ (ดูหมายเหตุภายในท้ายเอกสาร)
7.6 การบันทึกเหตุการณ์และการตรวจสอบ (Access Logging & Audit Trail)
เราบันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ:
- hPanel บันทึกการเข้าสู่ระบบและการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าทุกครั้ง
- WordPress บันทึกการเข้าสู่ระบบของผู้ดูแล การเปลี่ยนแปลงเนื้อหา และความพยายามเข้าสู่ระบบที่ล้มเหลว
- Stripe บันทึกธุรกรรมการชำระเงินอย่างครบถ้วน
ระยะเวลาเก็บ log: 90 วันถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของ log และระดับความเสี่ยง log เหล่านี้ใช้เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเท่านั้น ไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอก
7.7 การอัปเดตซอฟต์แวร์และการแก้ไขช่องโหว่
เราดูแลให้ซอฟต์แวร์ของเว็บไซต์เป็นเวอร์ชันปัจจุบันและปิดช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีได้:
- WordPress core ใช้เวอร์ชันปัจจุบัน — อัปเดต security patches (minor versions) อัตโนมัติ
- Plugins และ Themes ตรวจสอบและอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ พร้อม Patchstack แจ้งเตือนช่องโหว่อัตโนมัติ
- PHP runtime ใช้เวอร์ชันที่ Hostinger จัดการ (ปัจจุบัน PHP 8.5.7)
- Staging/test environment ใช้ทดสอบก่อน deploy plugin/theme update ที่สำคัญ
7.8 การป้องกันข้อมูลรั่วไหลจาก WordPress
นอกเหนือจากมาตรการของ Hostinger เราป้องกันการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ตั้งใจจากการตั้งค่า WordPress โดยเฉพาะ:
- ซ่อน
/wp-login.php— เปลี่ยนเป็น URL อื่น ป้องกันการโจมตีแบบ brute-force - ปิด XML-RPC (
/xmlrpc.php) — ลด attack surface (พื้นที่ที่ผู้โจมตีอาจใช้เป็นช่องทาง) - ปิด directory listing — ป้องกันการเข้าถึงไฟล์ใน
/wp-includes/,/wp-content/ - ปกป้อง
/.env,/wp-config.php.bak,/.git/— บล็อกการเข้าถึงไฟล์ configuration ที่อาจรั่วไหล - จำกัด REST API User enumeration — ปัจจุบันระบบ
/wp-json/wp/v2/usersเปิดเผยรายชื่อผู้ดูแลระบบ อยู่ในแผนแก้ไข P1 (ติดตั้ง “Disable REST API” plugin หรือ restrict ผ่าน .htaccess)
7.9 การจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย (Incident Response)
ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (data breach) เราจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ตรวจสอบและจำกัดผลกระทบ — ระบุขอบเขตของเหตุการณ์ ปิดช่องโหว่ หยุดการเข้าถึงที่ผิดปกติ
- ประเมินความเสี่ยง — ระบุประเภทข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ จำนวนเจ้าของข้อมูล ความรุนแรง
- แจ้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใน 72 ชั่วโมง ตามมาตรา 37(4) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เว้นแต่ข้อมูลที่รั่วไหลไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง)
- ผู้รับผิดชอบหลัก: เจ้าของกิจการและผู้ดูแลระบบที่ได้รับมอบหมาย (ปัจจุบัน: ทีม IT/Security ของ MNC)
- การทบทวน: มาตรการความปลอดภัยจะถูกทบทวนอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ (เช่น เปลี่ยน hosting, เพิ่มบริการใหม่, พบช่องโหว่ใหม่)
- การประเมินความเสี่ยง: ประเมินตามประเภทข้อมูล ช่องทางเข้าถึง จำนวนผู้ใช้ และผลกระทบหากเกิดเหตุ
- เอกสาร: บันทึกการตรวจสอบ (audit report) เก็บเป็นหลักฐานภายใน ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
- ข้อมูลสำรองของ Hostinger จัดเก็บ แยกจากเซิร์ฟเวอร์เว็บไซต์หลัก (off-server storage) เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่กระทบเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง
- Hostinger จัดเก็บข้อมูลสำรองด้วยการเข้ารหัส (at-rest encryption) ตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
- การเข้าถึงข้อมูลสำรองจำกัดเฉพาะผู้ดูแลระบบของ MNC ที่ได้รับสิทธิ์ผ่าน hPanel โดยแนะนำให้เปิด 2FA
- ไม่มี point-in-time recovery (กู้คืน ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งย้อนหลัง) — กู้คืนได้เฉพาะ snapshot ที่ Hostinger สำรองไว้ตามรอบที่กำหนด
- ไม่มี granular restore (กู้คืนเฉพาะไฟล์/record เดียว) — ต้องกู้คืนทั้ง site
- การกู้คืนอาจใช้เวลา หลายนาทีถึงหลายชั่วโมง ขึ้นกับขนาดข้อมูล
- ติดตั้ง ปลั๊กอินสำรองข้อมูลนอกสถานที่ เช่น UpdraftPlus หรือ Backup by Jetpack เพื่อ export ข้อมูลไปยัง Google Drive หรือ NAS ส่วนกลางของบริษัท (เสริมจาก Hostinger)
- สำรองข้อมูลด้วยตนเอง ผ่าน hPanel ทุกครั้งก่อนการอัปเดต WordPress core, plugin หลัก หรือเปลี่ยน theme
- ตรวจสอบสถานะการสำรองข้อมูล ใน hPanel ทุกเดือน
4. แจ้งเจ้าของข้อมูล หากเหตุการณ์มีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพ พร้อมแนวทางป้องกัน/บรรเทา
5. บันทึกเหตุการณ์ ใน incident log เพื่อการทบทวนและป้องกันการเกิดซ้ำ
6. ทบทวนมาตรการ หลังเหตุการณ์ เพื่อปรับปรุงกระบวนการและเทคนิค
7.10 ผู้รับผิดชอบและการทบทวน
7.11 นโยบายสำรองข้อมูลและการกู้คืน (Backup & Recovery)
MNC มีนโยบายสำรองข้อมูลและการกู้คืนเพื่อให้สามารถกู้คืนเว็บไซต์และข้อมูลได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด (เช่น hardware failure, การโจมตีด้วยมัลแวร์ หรือข้อผิดพลาดจากการแก้ไขระบบ)
ผู้ให้บริการสำรองข้อมูล: Hostinger (แผน Business หรือสูงกว่า) — ผู้ให้บริการได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001:2022 และมีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติและระบบป้องกันภัยคุกคามระดับโครงสร้าง
รอบการสำรองข้อมูล (Backup Schedule):
| ประเภท | ความถี่ | ระยะเวลาเก็บสูงสุด |
| สำรองข้อมูลรายวัน (Daily backup) | ทุกวัน อัตโนมัติ | ไม่เกิน 30 วัน |
| สำรองข้อมูลรายสัปดาห์ (Weekly backup) | ทุกสัปดาห์ อัตโนมัติ | ไม่เกิน 30 วัน |
| สำรองข้อมูลด้วยตนเอง (Manual backup) | ตามคำขอ ผ่าน hPanel | ขึ้นกับความจำเป็น |
| สำรองข้อมูลนอกสถานที่ (Offsite backup) | แนะนำรายสัปดาห์ ผ่าน WordPress plugin | ตามปลายทาง (NAS / Google Drive / S3) |
ตำแหน่งจัดเก็บและการเข้ารหัส:
เป้าหมายการกู้คืน (Recovery Objectives):
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ความหมาย |
| RPO (Recovery Point Objective) | 24 ชั่วโมง | ยอมรับการสูญเสียข้อมูลได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง (เท่ากับรอบสำรองรายวัน) |
| RTO (Recovery Time Objective) | 4 ชั่วโมง | เวลาสูงสุดที่ใช้กู้คืนเว็บไซต์ให้กลับมาใช้งานได้หลังเหตุการณ์ data loss |
การทดสอบกู้คืน: MNC จะทดสอบการกู้คืนข้อมูลอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส เพื่อยืนยันว่าข้อมูลสำรองสามารถกู้คืนได้จริง วัดเวลาที่ใช้ (MTR — Mean Time to Restore) ตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล และตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงยังคงใช้งานได้ ผลการทดสอบจะถูกบันทึกเป็นหลักฐาน
ข้อจำกัดของระบบสำรองข้อมูล: เนื่องจาก MNC ใช้บริการ shared hosting ระบบสำรองข้อมูลจึงมีข้อจำกัดบางประการที่ผู้ใช้บริการควรทราบ:
มาตรการเสริม (Compensating Controls):
การแจ้งเหตุ data loss: หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลสูญหายหรือถูกลบโดยไม่ตั้งใจ และอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล MNC จะดำเนินการตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใน 72 ชั่วโมงนับจากทราบเหตุ และแจ้งเจ้าของข้อมูลหากเหตุการณ์มีความเสี่ยงสูง
Cookies และเทคโนโลยีที่ใกล้เคียง
Cookies and Similar Technologies
คุกกี้คือไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์หรือผู้ให้บริการอาจจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์เพื่อจดจำการตั้งค่า สถานะการเข้าสู่ระบบ การตั้งค่าคุกกี้ และวิเคราะห์การใช้งานบางประการ โดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้:
- Strictly Necessary Cookies: จำเป็นต่อการให้บริการพื้นฐาน การรักษาความปลอดภัย การจำล็อกอิน การใช้งานตะกร้า และการบันทึกค่าตั้งค่าคุกกี้ เช่น
moove_gdpr_popupไม่ควรปิดเพราะอาจทำให้ฟังก์ชันสำคัญใช้งานไม่ได้ - Analytics/Measurement Cookies: ใช้วัดจำนวนผู้เยี่ยมชม หน้าที่ได้รับความนิยม และประสิทธิภาพของเว็บไซต์ เช่น
_ga,_gid,_gatของ Google Analytics โดยตัวระบบที่พบใน source code คือ GA4G-2PZFRZSYLBและมี Universal AnalyticsUA-1049102-33ปรากฏอยู่ด้วย - Security/Anti-bot Cookies: เช่น
_GRECAPTCHAจาก Google reCAPTCHA ซึ่งใช้ตรวจสอบว่าการส่งแบบฟอร์มมาจากมนุษย์และป้องกันการสแปม - Attribution/Performance Cookies: เช่น
sbjs_current,sbjs_first,sbjs_session,sbjs_current_add,sbjs_first_add,sbjs_udataและsbjs_migrationsที่พบจาก SourceBuster/WooCommerce ใช้เพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาของการเข้าชม
คุกกี้ที่ไม่จำเป็นควรถูกติดตั้งหรือเปิดใช้งานหลังจากท่านให้ความยินยอมแยกตามประเภท เมื่อกฎหมายกำหนด ท่านสามารถเลือกปฏิเสธได้โดยไม่กระทบการใช้งานเว็บไซต์ขั้นพื้นฐาน และสามารถเปลี่ยนใจได้จากแถบ “การตั้งค่า” บนเว็บไซต์หรือการตั้งค่าเบราว์เซอร์ การปิดกั้นคุกกี้บางประเภทอาจทำให้ฟังก์ชันบางอย่าง เช่น การเข้าสู่ระบบหรือการใช้ตะกร้า ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
นโยบายต่อเด็กและผู้เยาว์
Children's Privacy
เว็บไซต์นี้เป็นช่องทางสำหรับการติดต่อทางธุรกิจและข้อมูลสินค้า/บริการสำหรับองค์กรเป็นหลัก ไม่ได้มีเจตนาให้บริการหรือเก็บข้อมูลจากเด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยตรง หากผู้ใช้งานเป็นผู้เยาว์ตามกฎหมายไทย การให้ความยินยอม การแจ้งเตือน การใช้สิทธิ หรือการร้องเรียนจะดำเนินการตามมาตรา 20 แห่ง PDPA และอาจต้องได้รับความยินยอมหรือการดำเนินการจากผู้มีอำนาจกำกับดูแล/ผู้ปกครองตามความสามารถในการทำนิติกรรมของผู้เยาว์
กรณีที่ผู้เยาว์อายุ 10 ปีขึ้นไปทำนิติกรรมบางอย่างได้เองตามกฎหมาย การขอความยินยันยอมอาจไม่ต้องใช้ผู้ปกครองในทุกกรณี แต่เราจะพิจารณาความสามารถและฐานทางกฎหมายของกิจกรรมนั้นก่อนเสมอ หากไม่ชัดเจน ให้ติดต่อ DPO/ผู้ประสานงานเพื่อขอคำแนะนำและหลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น
หากเราทราบว่าได้รับข้อมูลจากผู้เยาว์โดยไม่มีฐานหรือการดำเนินการที่เหมาะสม เราจะดำเนินการตรวจสอบ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลเป็นนิรนามตามกฎหมาย หาก GDPR ใช้บังคับกับบริการที่มุ่งตรงถึงเด็ก ต้องประเมิน Article 8 และกฎหมายอายุของประเทศสมาชิกที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ควรใช้นโยบายนี้แทนการตรวจสอบอายุหรือมาตรการปกป้องเด็กที่เหมาะสมกับบริการจริง
เว็บไซต์ไม่ได้ออกแบบเพื่อสร้างโปรไฟล์หรือเสนอเนื้อหาเฉพาะบุคคลสำหรับผู้เยาว์ หากผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจดูแลแจ้งว่ามีข้อมูลของผู้เยาว์ถูกเก็บโดยไม่เหมาะสม เราจะตรวจสอบและดำเนินการตามคำขอโดยเร็ว
การเปลี่ยนแปลงนโยบาย
Policy Changes
MNC อาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับบริการ กฎหมาย และมาตรฐานความปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะประกาศฉบับที่มีผลบังคับใช้ วันที่มีผลบังคับใช้ และสรุปการเปลี่ยนแปลงสำคัญไว้บนเว็บไซต์ หากการเปลี่ยนแปลงกระทบสิทธิของท่านหรือมีวัตถุประสงค์ใหม่ที่ต้องขอความยินยอม เราจะแจ้งให้ท่านทราบและขอความยินยอมใหม่ก่อนเริ่มประมวลผลตามวัตถุประสงค์ใหม่นั้น
เราจะไม่ใช้นโยบายฉบับแก้ไขย้อนหลังเพื่อขยายวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย เว้นแต่กฎหมายอนุญาตเป็นอย่างอื่น ท่านสามารถตรวจสอบเวอร์ชันก่อนหน้าได้จากเอกสารสำรอง (รอดำเนินการ)
การติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
Privacy Contact
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัท มีเดีย เน็ตเวิร์ค คอมมูนิเคชั่น จำกัด / MEDIA NETWORK Communication Co., Ltd.
- เว็บไซต์: https://www.mnc.co.th/
- อีเมลหลักสำหรับเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล:
wutthiphan@mnc.co.th(ยืนยันโดยผู้บริหาร 26 สิงหาคม 2569) — ช่องทางที่แนะนำสำหรับสิทธิตาม PDPA/GDPR, คำขอใช้สิทธิ, และข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายนี้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ 12) - อีเมลทั่วไป: support@mnc.co.th — สำหรับการติดต่อทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล
- โทรศัพท์: 099-629-9460 และ 02-005-6587
- LINE Official: @mnc.th
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร: 0-1055-50115-92-1
- ที่อยู่ติดต่อ: 151/268 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 33 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพ 10150 (ยืนยันโดยผู้บริหาร 26 สิงหาคม 2569)
- ผู้แทนตาม GDPR Article 27 (ถ้ามี):
(รอดำเนินการ)
สำหรับการใช้สิทธิตาม PDPA มาตรา 41 หรือสิทธิอื่น ๆ ตาม PDPA/GDPR: กรุณาใช้ช่องทาง wutthiphan@mnc.co.th หรือช่องทางในหัวข้อ 12 (สถานะการแต่งตั้ง DPO และช่องทางติดต่อด้านข้อมูลส่วนบุคคล) หากท่านต้องการสอบถามเกี่ยวกับนโยบาย โปรดระบุชื่อ อีเมลที่ใช้ติดต่อ และเรื่องที่ต้องการให้ดำเนินการ โดยไม่ต้องส่งรหัสผ่านหรือข้อมูลความปลอดภัยอื่นทางอีเมล
สถานะการแต่งตั้ง DPO และช่องทางติดต่อด้านข้อมูลส่วนบุคคล
DPO Status and Contact
12.1 สถานะการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
ปัจจุบัน MNC ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และ/หรือ Article 37 แห่ง GDPR (ในกรณีที่ GDPR ใช้บังคับ) สถานะ “ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง” ได้รับการยืนยันโดยผู้บริหารของบริษัทเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
การไม่มี DPO ไม่ได้ ทำให้สิทธิของเจ้าของข้อมูลตามมาตรา 41 และส่วนอื่น ๆ ของ PDPA ลดลงแต่อย่างใด เจ้าของข้อมูลยังคงมีสิทธิทุกประการตามที่ระบุในหัวข้อ 5 และสามารถใช้สิทธิได้โดยติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลโดยตรงผ่านช่องทางที่ระบุในหัวข้อ 12.2 ด้านล่าง
ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้ง DPO MNC จะทบทวนสถานะนี้เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อ:
- มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะหรือขอบเขตของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล
- มีการเพิ่มการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวจำนวนมาก
- มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
- ผู้บริหารพิจารณาเห็นว่าควรแต่งตั้ง
หากมีการแต่งตั้ง DPO ในอนาคต จะมีการประกาศและปรับปรุงนโยบายนี้ในเวอร์ชันถัดไป
12.2 ช่องทางติดต่อด้านข้อมูลส่วนบุคคล (ระหว่างที่ยังไม่มี DPO)
ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้ง DPO ตามกฎหมาย ท่านสามารถติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงเพื่อใช้สิทธิทุกประการตาม PDPA มาตรา 41 และสิทธิอื่น ๆ ตามที่ระบุในหัวข้อ 5 ผ่านช่องทางต่อไปนี้:
- ผู้ประสานงานด้านข้อมูลส่วนบุคคล: เจ้าของกิจการ / Managing Director (ตำแหน่งดังกล่าวทำหน้าที่ประสานงานการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล แต่มิใช่ “DPO” ตามคำนิยามในมาตรา 41)
- อีเมลสำหรับเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล:
wutthiphan@mnc.co.th(ยืนยันโดยผู้บริหาร 26 สิงหาคม 2569) - ที่อยู่สำหรับส่งเอกสาร: 151/268 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 33 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพ 10150
คำชี้แจงเกี่ยวกับตำแหน่ง: ตำแหน่ง “ผู้ประสานงานด้านข้อมูลส่วนบุคคล” ในเอกสารนี้เป็นการอำนวยความสะดวกในการติดต่อเท่านั้น ไม่ถือเป็นการแต่งตั้ง DPO ตามมาตรา 41 แห่ง PDPA และไม่ก่อให้เกิดสิทธิหรือหน้าที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด
12.3 หน่วยงานกำกับดูแล
หากท่านต้องการร้องเรียนหรือปรึกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อหน่วยงานกำกับดูแลได้ที่:
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC): https://www.pdpc.or.th/
- กรณีที่ GDPR ใช้บังคับ: หน่วยงานกำกับดูแล (supervisory authority) ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ท่านมีถิ่นพำนัก ทำงาน หรือที่เหตุการณ์ที่อ้างว่าละเมิดเกิดขึ้น
> ข้อสรุปเพื่อการตรวจสอบภายใน: เอกสารฉบับนี้เป็นข้อมูลทางกฎหมายระดับทั่วไปและเป็นร่างเนื้อหา ไม่ใช่คำปรึกษาหรือความเห็นจากทนายความผู้ให้บริการจริง `
อภิธานศัพท์ (Glossary)
Glossary
คำศัพท์เฉพาะทางเทคนิคที่ใช้ในนโยบายนี้ อธิบายเพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิคสามารถเข้าใจได้
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| HTTPS | โปรโตคอลสื่อสารที่เข้ารหัสระหว่างเบราว์เซอร์กับเว็บไซต์ เห็นได้จากรูปกุญแจในแถบ URL |
| TLS (Transport Layer Security) | โปรโตคอลเข้ารหัสที่ใช้ใน HTTPS เวอร์ชัน 1.2 และ 1.3 เป็นเวอร์ชันที่ปลอดภัยในปัจจุบัน (เวอร์ชัน 1.0 และ 1.1 ล้าสมัย) |
| SSL Certificate | ใบรับรองดิจิทัลที่ยืนยันตัวตนของเว็บไซต์ เว็บไซต์ของเราใช้ Let’s Encrypt ต่ออายุอัตโนมัติทุก 90 วัน |
| HTTP/2, HTTP/3 (QUIC) | โปรโตคอลเว็บสมัยใหม่ที่เร็วและปลอดภัยกว่า HTTP/1.1 |
| ECDHE | วิธีการแลกเปลี่ยนคีย์เข้ารหัสที่ทำให้แม้คีย์จะรั่วไหลในอนาคต ก็ไม่สามารถถอดรหัส traffic ในอดีตได้ (Perfect Forward Secrecy) |
| HSTS (HTTP Strict Transport Security) | header ที่สั่งให้เบราว์เซอร์ใช้ HTTPS เสมอ ไม่ยอมรับ HTTP ลดความเสี่ยงจากการถูก downgrade |
| X-Frame-Options | header ป้องกัน clickjacking (การหลอกให้ผู้ใช้คลิกลิงก์ที่ซ่อนอยู่ในเฟรมอื่น) |
| X-Content-Type-Options | header ป้องกัน MIME-sniffing (เบราว์เซอร์เดาประเภทไฟล์ผิดและรัน script ที่ไม่ได้ตั้งใจ) |
| Referrer-Policy | header ควบคุมว่าเบราว์เซอร์จะส่ง URL ต้นทางไปยังเว็บไซต์ปลายทางมากน้อยเพียงใด |
| Permissions-Policy | header จำกัดการเข้าถึงฟีเจอร์เบราว์เซอร์ เช่น geolocation, microphone, camera |
| Content-Security-Policy (CSP) | header ควบคุมว่าเบราว์เซอร์โหลด script, style, รูปภาพ จากแหล่งใดได้บ้าง ป้องกัน XSS |
| 2FA (Two-Factor Authentication) | การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เช่น รหัสผ่าน + รหัส OTP จากมือถือ ลดความเสี่ยงเมื่อรหัสผ่านรั่วไหล |
| DDoS (Distributed Denial of Service) | การโจมตีที่ส่ง traffic จำนวนมหาศาลเพื่อทำให้เว็บไซต์ล่มหรือช้าลง |
| WAF (Web Application Firewall) | ระบบไฟร์วอลล์ระดับแอปพลิเคชัน กรอง traffic อันตราย เช่น SQL injection, XSS |
| Brute-Force Attack | การโจมตีโดยเดารหัสผ่านอัตโนมัติจนกว่าจะถูก |
| Malware | ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัส มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) |
| SQL Injection | การโจมตีโดยฝังคำสั่ง SQL ผ่านช่องรับข้อมูล เพื่อเข้าถึงหรือแก้ไขฐานข้อมูล |
| XSS (Cross-Site Scripting) | การโจมตีโดยฝังสคริปต์อันตรายในหน้าเว็บ เพื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้หรือ hijack session |
| XML-RPC | โปรโตคอลเก่าของ WordPress ที่ใช้ pingback และ remote posting ปัจจุบันปิดเพราะเป็น attack vector |
| PCI-DSS | Payment Card Industry Data Security Standard — มาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลบัตรชำระเงิน |
| ISO/IEC 27001:2022 | มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยสารสนเทศระดับสากล |
| RPO (Recovery Point Objective) | ระยะเวลาสูงสุดที่ยอมรับการสูญเสียข้อมูลได้ เช่น RPO 24 ชั่วโมง = ยอมเสียข้อมูลได้ไม่เกิน 24 ชม. ก่อนเกิดเหตุ |
| RTO (Recovery Time Objective) | ระยะเวลาสูงสุดที่ใช้กู้คืนระบบให้กลับมาใช้งานได้ |
| MTR (Mean Time to Restore) | เวลาเฉลี่ยที่ใช้กู้คืนจริง ใช้วัดผลหลังการทดสอบหรือเหตุการณ์จริง |
| Shared Hosting | บริการโฮสติ้งที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ร่วมกับผู้ใช้รายอื่น มีข้อจำกัดบางอย่าง (เช่น ไม่มี SSH) เมื่อเทียบกับ VPS หรือ dedicated server |
| hPanel | ชื่อแผงควบคุมโฮสติ้งของ Hostinger |
| phpMyAdmin | เครื่องมือจัดการฐานข้อมูล MySQL/MariaDB ผ่านหน้าเว็บ |
| Patchstack | บริการแจ้งเตือนและแก้ไขช่องโหว่ของ WordPress plugins/themes อัตโนมัติ |
| BitNinja | ระบบป้องกันเซิร์ฟเวอร์แบบเรียลไทม์ ตรวจจับ brute-force, IP ที่มีประวัติไม่ดี, มัลแวร์ |
| Cloudflare Turnstile | ระบบยืนยันตัวตนที่ทดแทน CAPTCHA ปกป้องหน้า login จาก bot |
| Offsite Backup | การสำรองข้อมูลไปยังสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์หลัก เช่น Google Drive, NAS, S3 — เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่กระทบเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง |
| Point-in-Time Recovery | การกู้คืนข้อมูล ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งย้อนหลัง เช่น “กู้คืนฐานข้อมูล ณ เวลา 14:30 ของเมื่อวาน” |
| Granular Restore | การกู้คืนเฉพาะไฟล์/record เดียว แทนการกู้คืนทั้ง site |
มีคำถามเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว?
ทีมงานของเราพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมและช่วยเหลือท่านในทุกเรื่อง