คำอธิบาย
SpeedFusion Connect (SFC) คืออะไร
SpeedFusion Connect (SFC) คือบริการเครือข่ายของ Peplink ที่เชื่อมต่อเราเตอร์ของคุณเข้ากับ Cloud Nodes ของเรา แล้ว รวมหลายสายอินเทอร์เน็ต (WAN) เข้าด้วยกันเป็นสายเดียว ที่เร็วกว่า และเสถียรกว่าการใช้ WAN เดี่ยว
นอกจากนี้ SFC ยังช่วย ปกป้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณ ด้วยการเลือก Cloud Location และรูปแบบการปกป้องที่เหมาะกับลักษณะงานแต่ละแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนสายอัตโนมัติเมื่อสายหลักติดขัด การทำให้เสียงและวิดีโอคอลราบรื่น หรือการรวมความเร็วจากทุกสายมารวมกัน
SpeedFusion Connect ช่วยอะไรได้
- รวมสายอินเทอร์เน็ตหลายสาย ให้เป็นสายเดียว ทำให้ได้ความเร็วสูงกว่าการใช้สายเดียว
- สลับสายอัตโนมัติ เมื่อสาย WAN หลักเกิดขัดข้อง ลูกค้าไม่ต้องรู้สึกว่าอินเทอร์เน็ตล่ม
- ลดความหน่วงและการสะดุด ของเสียง วิดีโอคอล และการเล่นเกม
- กำหนดการปกป้องแยกตามแอป ได้ว่าแอปไหนต้องการความเสถียรแบบไหน
- ทำงานร่วมกับเราเตอร์ Peplink ที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เดิม
โหมดการปกป้อง 3 แบบของ SpeedFusion Connect
SpeedFusion Connect มีโหมดการปกป้องให้เลือก 3 แบบ เพื่อให้เหมาะกับลักษณะงานและประหยัดโควตาการใช้งาน:
| โหมด | ทำงานอย่างไร | เหมาะกับ | การใช้โควตา SFC |
| Hot Failover (Standard) | สลับไปใช้สาย WAN สำรองอัตโนมัติเมื่อสายหลักติดขัด | การท่องเว็บในชีวิตประจำวัน | น้อยที่สุด |
| Smoothing | ทำให้สตรีมเสียงและวิดีโอราบรื่น ลดความหน่วงให้น้อยที่สุด | ประชุมทางโทรศัพท์/วิดีโอ และการเล่นเกม | มากกว่า Hot Failover |
| Bandwidth Bonding | รวมความเร็วของหลายสาย WAN มารวมกัน | ถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ | มากที่สุด |
เคล็ดลับการเลือกโหมด: โหมด Smoothing และ Bandwidth Bonding จะใช้โควตา SFC มากกว่าโหมด Hot Failover ควรเลือกใช้เฉพาะกับแอปที่ต้องการคุณภาพการเชื่อมต่อสูง และใช้ Hot Failover เป็นค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ทั่วไป
เงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้งาน
ต้องมี WAN กี่สาย
- ต้องเชื่อมต่อ WAN อย่างน้อย 2 สาย จึงจะเปิดใช้งาน SpeedFusion Connect ได้
- ตั้งค่าเป็น 1 สาย Active WAN + 1 สาย Backup WAN ก็ใช้ได้เช่นกัน ตราบใดที่ทั้ง 2 สายยังเชื่อมต่ออยู่ — เพราะการปกป้องจะมีผลกับลูกค้าหรือแอปที่เชื่อมต่ออยู่กับ Cloud Location
มี WAN แค่สายเดียว
- เปิดใช้งานได้ โดย Cellular WAN 4G, 5G (เฉพาะรุ่นที่มี Cellular รองรับ)ผ่าน SIM หรือ eSIM Data Plan ที่รองรับ
- eSIM Data Plan ต้องติดต่อกับผู้ให้บริการ
การใช้งานแบบไม่จำกัด (Unlimited)
- ต้องมี เฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 8.3.0 ขึ้นไป และมี care plan ที่ยังใช้ได้อยู่
- เมื่อโควตาหมด สามารถใช้งานต่อได้ที่ความเร็วสูงสุด 10 Mbps โดยไม่จำกัดระยะเวลา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SpeedFusion Connect
โควตา SFC ถูกใช้เมื่อไหร่
โควตาจะถูกใช้เมื่อคุณตั้งค่า Cloud Location หรือเมื่อมีแอปที่ตั้งค่าใช้งานอยู่
ถ้าตั้งค่าทั้ง Cloud Location และแอปพร้อมกัน ใช้ค่าของไหน
ค่าของ client จะมีลำดับก่อน — ถ้าตั้งค่า Protection Mode ในระดับ client ค่านั้นจะถูกใช้แทนการตั้งค่าระดับ Cloud Location
แอปที่ไม่อยู่ในรายชื่อที่รองรับ จะใช้โควตาไหม
ทราฟฟิกจะ เดินตามการตั้งค่า SFC ของ client ที่ใช้แอปนั้น ดังนั้นการจัดการโควตายังควบคุมได้ตามปกติ
ซื้อหลายแพ็ก สะสมโควตาและอายุได้ไหม
สะสมได้ทั้งโควตาและอายุใช้งาน แต่ อายุสูงสุดไม่เกิน 3 ปี
ตัวอย่าง: ซื้อแพ็ก SFC-CLD-C 4 แพ็ก แพ็กละอายุ 1 ปี → โควตารวมจะหมดอายุภายใน 3 ปี
แพ็กหมดอายุแล้ว โควตาที่เหลือเลื่อนไปไหม
ไม่เลื่อนไป — โควตาที่เหลือของแพ็กที่หมดอายุจะไม่ถูกนำไปใช้ในแพ็กถัดไป
เหมาะกับใคร
- ✅ สำนักงานที่มี WAN 2 สายขึ้นไป และไม่อยากให้การทำงานหยุดกลางคันเมื่อสายหลักขัด
- ✅ ทีมที่ ประชุมทางไกลหรือสนทนาผ่านวิดีโอเป็นประจำ และต้องการเสียงไม่สะดุด
- ✅ ผู้ที่ต้องการ ความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดจากสาย WAN ทุกสายที่มี เช่น งานถ่ายโอนไฟล์ใหญ่
- ✅ ผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้เราเตอร์ Peplink และอยากได้ฟีเจอร์ขั้นสูงโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์
- ⚠️ ยังไม่เหมาะ ถ้า — มี WAN เพียงสายเดียวและไม่ต้องการเพิ่ม eSIM Data Plan
ข้อควรระวัง
- ⚠️ แพ็กที่หมดอายุแล้วจะไม่เลื่อนโควตา — หากใช้แพ็กนาน ๆ ควรต่ออายุหรือซื้อแพ็กใหม่ก่อนหมดอายุ
- ⚠️ โควตาหมดแล้วจะใช้ต่อไม่ได้ เว้นแต่มีเฟิร์มแวร์ 8.3.0 ขึ้นไปและมี care plan ที่ยังใช้ได้ ซึ่งจะจำกัดความเร็วที่ 10 Mbps
- ⚠️ Smoothing และ Bandwidth Bonding กินโควตาเร็วกว่า Hot Failover — ควรเลือกโหมดตามลักษณะงานจริง
- ⚠️ ต้องมี WAN อย่างน้อย 2 สายที่เชื่อมต่ออยู่เสมอ มิฉะนั้นการปกป้องจะไม่มีผล






